RSS
Facebook
Twitter

วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วิธีใช้ โปรแกรม Flash SlideShow Builder สร้างอัลบั้มสไลด์โชว์

เว็บผู้ผลิต : wondershare.com

        การใช้งานเบื้องต้นของโปรแกรม Wondershare Flash SlideShow Builder โปรแกรมสำหรับสร้างอัลบั้มสไลด์โชว์จากรูปภาพในรูปแบบของไฟล์แฟลช (swf) หรือจะสร้างในแบบสแตนด์อะโลน (exe), สกรีนเซฟเวอร์ (scr) รวมทั้งสร้างเพื่อใช้งานในเว็บเพจเป็นต้น

        สำหรับท่านที่เคยใช้โปรแกรมประเภทคล้ายๆกับ Wondershare Flash SlideShow Builder มาแล้ว ก็น่าจะหมูๆครับสำหรับบทความนี้ ความแตกต่างน่าจะอยู่ที่ลูกเล่นหรือเอฟเฟ็คต่างๆของแต่ละโปรแกรม ไม่มีโปรแกรมไหนเจ๋งกว่าโปรแกรมไหน อยู่ที่ว่าชอบและอยากใช้โปรแกมตัวไหนมากกว่ากัน


Browse .. (เลือกรูปภาพเพื่อทำสไลด์โชว์)

- คลิกที่แท็บ Browse เลือกไปที่โฟลเดอร์ของรูปภาพที่ต้องการ
- เมื่อรูปภาพปรากฏ หากต้องการ Add ทีละรูปภาพ ให้คลิกที่รูปภาพที่ต้องการ > Add
- หากต้องการเลือกรูปภาพทั้งหมด คลิกที่ Add All
- เสร็จแล้วคลิกที่แท็บ Edit ..


Edit .. (ปรับแต่งรายละเอียดของรูปภาพ ซึ่งจะมีผลต่อรูปภาพนั้นๆเพียงภาพเดียว)
- คลิกที่รูปภาพที่ต้องการปรับแต่ง ใน Story Board ด้านล่าง


General ..
ในทุกการปรับแต่งจะมีตัวอย่างที่ปรับแต่งให้ดูในแบบ Real Time เมื่อปรับแต่งเสร็จแล้วคลิกที่ Apply


Filter ..
ใส่ filter ให้กับรูปภาพ โดยการดับเบิ้ลคลิก filter ที่ต้องการ (หรือใช้วิธีลากและวาง) ในทุกการปรับแต่งจะมีตัวอย่างที่ปรับแต่งให้ดูในแบบ Real Time หากยังไม่พอใจใน filter ที่เลือกใช้ให้คลิกที่ Cancel เพื่อเลือกใช้ filter ตัวใหม่ เมื่อปรับแต่งเสร็จแล้วคลิกที่ Apply ต่อจากนั้นคลิกที่แท็บ Decorate

Decorate .. (ใส่ข้อความ และเสียงให้กับรูปภาพ ซึ่งจะมีผลต่อรูปภาพนั้นๆเพียงภาพเดียว)
..คลิกที่รูปภาพที่ต้องการปรับแต่ง ใน Story Board ด้านล่าง


Text ..
คลิกที่ปุ่ม + และดับเบิ้ลคลิกที่ (Empty. Double-click to edit.)


พิมพ์ข้อความตามต้องการ พร้อมเลือกสี, รูปแบบ, ขนาดของตัวอักษร และเอฟเฟ็คที่ต้องการใช้กับข้อความ


Sound ..
เลือกเสียงเอฟเฟ็คสั้นๆ ซึ่งจะมีผลต่อรูปภาพที่เลือกเพียงรูปเดียว
เลือกโดยการดับเบิ้ลคลิก หรือใช้วิธีลากและวาง (drag and drop)


Record ..
สามารถบันทึกเสียงของท่านลงไปในรูปภาพที่เลือกโดยผ่านไมค์ ด้วยปุ่ม Record Voice
และหากมีไฟล์เสียงอยู่แล้ว ใช้ปุ่ม Import Voice
ส่วนไฟล์เสียงที่โปรแกรมมีมาให้จะคล้ายๆกับไฟล์เสียงใน Sound ที่ผ่านมา


จากชิ้นงานทั้งหมดที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น Text, Sound, Record สามารถเลือกลบได้โดยการเลือกชิ้นงาน > คลิกลบที่ปุ่มถังขยะ หรือจะคลิกขวาที่ชิ้นงานที่ปรากฎใน Preview > Delete
เมื่อปรับแต่งจนเสร็จแล้ว คลิกที่แท็บ Effect

Effect .. (เลือกเอฟเฟ็คในการเปลี่ยนภาพแต่ละภาพ)


Transition ..
- ดับเบิ้ลคลิกที่เอฟเฟคต่างๆเพื่อดูตัวอย่าง
- ลาก Effect ที่ต้องการมาใส่ไว้ช่องตามภาพตัวอย่าง
- หากไม่มีการเลือกใช้ฟีเจอร์ Transition ตัวโปรแกรมจะทำการเลือกให้เองอย่างอัตโนมัติ


Pan/Zoom ..
- ลากมาใส่ไว้ในรูปภาพ กด Play เพื่อดูตัวอย่าง
- เมื่อปรับแต่งเสร็จแล้ว คลิกที่แท็บ Theme


Theme .. (ใส่ Template และเพลงให้กับสไลด์โชว์)
เลือก Theme ที่ต้องการใน General หรือ Thumbnail ส่วน Customize เป็นการสร้างและปรับแต่ง Theme ขึ้นมาใช้เอง ซึ่งต้องดาวน์โหลด Theme จากผู้ผลิตมาเพิ่มเติม จึงไม่ขอพูดถึงในส่วนนี้นะครับ


Template ..
เมื่อเลือก Theme ได้ตามต้องการแล้ว ในส่วนของ Template ไม่ต้องปรับแต่งใดๆ หากไม่ต้องการใช้ Theme ให้เอาเครื่องหมายออกที่ Enable Templete


Intro Movie และ Credit Movie ..
เลือกใส่ข้อความตามต้องการ Intro Movie (ข้อความเริ่มต้นของสไลด์โชว์)
และ Credit Movie (ข้อความตอนจบของสไลด์โชว์)


Background Music ..
- เลือกเพลงประกอบสไลด์โชว์ คลิกที่เครื่องหมายบวก > เลือกเพลงที่ต้องการจากในเครื่องPC (mp3, wav, wma)
- ต่อจากนั้นคลิกที่ Edit Audio


Edit Audio ..
จากภาพตัวอย่างจะเห็นว่า สไลด์โชว์และเพลงมีความยาวของระยะเวลาไม่ท่ากัน เราสามารถปรับแต่งได้ด้วยการ คลิกที่ชื่อเพลง > เลื่อนแถบสไลด์เพื่อเลือกตอนเริ่มต้น, ตอนจบของเพลงได้ตามต้องการ และปรับแต่งความยาวของสไลด์โชว์กับเพลงให้มีความยาวของระยะเวลาให้เท่ากัน


ตัวอย่างการปรับแต่งเสียงเพลงให้เท่ากันกับสไลด์โชว์ ..
จากภาพใช้วิธีเลือกการเริ่มต้นของเพลงในแบบปกติ คือไม่มีการปรับแต่งใดๆ เลือกตอนจบของเพลงให้พอดีกับสไลด์โชว์ โดยการเลื่อนแถบสไลด์มาให้ี่จำนวนเวลาเท่ากับสไลด์โชว์ เสร็จแล้วคลิกที่ EndTime เป็นต้น เมื่อปรับแต่งเสร็จแล้วคลิกที่แท็บ Public


ปรับแต่งอื่นๆ


Public .. (ปรับแต่งขั้นตอนสุดท้าย และเซฟงานสไลด์โชว์ในรูปแบบต่างๆ)
มาถึงตอนท้ายสุดของ Flash SlideShow Builder แล้วนะครับ
ผลงานสไลด์โชว์ทั้งหมดที่ท่านได้ทำมา สามารถกดปุ่ม Play เพื่อดูความพอใจในผลงาน
หากต้องการปรับแต่งแก้ไขในส่วนใด ก็คลิกกลับไปในส่วนที่ต้องการแก้ไขในแท็บนั้นๆ
และเมื่อผลงานสไลด์โชว์ได้ถูกปรับแต่งแก้ไขจนเป็นที่พออกพอใจเรียบร้อยแล้ว
ก่อนจะเซฟงานก็ต้องปรับแต่งเพิ่มอีกนิดนึงครับ คลิกที่ Setting


Setting ..
::Slideshow Setting::
ส่วนนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อไม่ต้องการใช้ Theme เลือกความกว้างความยาว และ แบ็คกราวด์ของสไลด์โชว์ได้ตามความต้องการ


::Play Control::
หากต้องการให้มีปุ่ม Control เพื่อเปิดปิดเสียง หรือเลื่อนภาพไว้ที่สไลด์โชว์ ให้ใส่เครื่องหมายที่ Enable Control Bar และเลือกรูปแบบของปุ่มคอนโทรลในช่อง Style

::Loop Option::
- Loop Autumatically เล่นสไลด์โชว์วนไปมาอย่างอัตโนมัติ
- No Loop ไม่ให้มีการเล่นวนเมื่อสไลด์จบ ฟีเจอร์นี่จำเป็นต้องใส่ปุ่ม Control ไว้ด้วยนะครับ
- Display "Play Again" แสดงปุ่มเพื่อกด Play อีกครั้ง เมื่อสไลด์โชว์เล่นจบ


::Preloader::
ฟีเจอร์แสดงกราฟฟิคต่างๆ ในการโหลดสไลด์โชว์เมื่อตอนเริ่มต้น
ส่วนแท็บอื่นๆ เช่น Hyperlink คือสำหรับใส่ Url เพื่อลิงก์ไปยังเว็บเพจที่ต้องการ
Other คือสำหรับปรับแต่งคุณภาพของรูปภาพ และเสียงเพลง ซึ่งค่ามาตรฐานของโปรแกรมถือว่าพอเพียงอยู่แล้ว
หากมีการปรับแต่งให้คุณภาพสูงขึ้นกว่าเดิมจะทำให้สไลด์โชว์มีไฟล์ที่ขนาด ใหญ่ตามไปด้วย เป็นต้น


ขั้นตอนสุดท้าย เซฟงานสไลด์โชว์ ..


เซฟงานสไลด์โชว์เป็นไฟล์แฟลช (swf) ไฟล์ที่ได้จะมีขนาดเล็ก และจำเป็นต้องมีโปรแกรมสำหรับเล่นไฟล์แฟลชอยู่ในเครื่องด้วยนะครับ


เซฟงานสไลด์โชว์ในแบบสแตนด์อะโลน หรือไฟล์ exe ไฟล์ที่ได้จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่พอดูครับ
แต่ข้อดีของการเซฟไฟล์ในแบบ exe ก็คือสามารถดับเบิ้ลคลิกเล่นสไลด์โชว์ได้ทันที โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมใดๆเพิ่มเติม


ส่วนการเซฟในแบบอื่นๆ เช่น Publish as Online Album, Publish as HTML สำหรับใช้งานในเว็บเพจ
Publish as Screen Saver สำหรับใช้เป็นสกรีนเซฟเวอร์ และ Send via E-mail สำหรับส่งไฟล์ทางอีเมล์
ก็จบเพียงเท่านี้ครับ !! สำหรับการสร้างอัลบั้มสไลด์โชว์ กับ Wondershare Flash SlideShow Builder  Enjoy ..

วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556



1. เปิดโปรแกรมขึ้นมา แล้วเลือกที่ Create A Layout ขอรับ


2. จะมีกรอบและแบบขึ้นมาให้เลือกขอรับ เลือกได้แล้วให้ลากมาวางด้านล่างเลยขอรับ


3. ทางด้านซ้ายมือให้คลิ้กลิ้งค์เพื่อนำรูปที่เราต้องการเข้ามาขอรับ



4. หลังจากนำรูปเข้ามาเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกเลือกรูปที่ตองการ หลังจากนั้นก็ลากลงมาไว้ด้านล่างตามภาพเลยขอรับ


(ลืมบอกไปอีกอย่างคือ ลากมาแล้วอย่าลืมกด OK ที่ด้านล่างด้วยนะขอรับ)

5. หลังจากนั้นก็เลือกรูปแล้วลาก (อีกแล้วครับท่าน) ไปไว้ในกรอบด้านขวามือที่เราได้เลือกไว้้ตั้งแต่แรกขอรับ


6. ในกรณีที่รูปเราเป็นคนละแนวกับกรอบ ให้เราแก้ไขโดยเข้าไปที่ ปุ่ม Editer ตามรูปเลยขอรับ


7. กดปุ่ม Rotate ขอรับ


8. จะมีหน้าต่าง Rotate ขึ้นมาให้เลือกขอรับ


9. เราก็กดเลือกแนวที่เราต้องการเลยขอรับ


10. เราก็จะได้ภาพตามแนวที่เราต้องการ หลังจากนั้นให้กด Accept ทางด้านซ้ายมือขอรับ



11. ลากไปใส่ให้ครบช่องขอรับ


12. คลิ้กเลือกที่รูปแล้วกด SAVE ขอรับ


13. เลือกที่ที่เราจะเก็บงานขอรับ


14. ตอนนี้งานที่เราได้จะมีนามสกุล PLP ขอรับ


15. เราจะทำการแปลงนามสกุลเป็น jpg โดยการเปิดงานด้วย ACDSee แล้วคลิกขวาที่ภาพ หลังจากนั้นเลือกตามภาพเลยขอรับ


16. ตามภาพเลยขอรับ


17. เปรียบเทียบก่อนทำและหลังทำขอรับ


18. งานที่ได้ก็จะเป็นแบบนี้ขอรับ
วิธีใช้ โปรแกรม FlipAlbum Pro ทำอัลบั๊มภาพ บันทึกภาพความประทับใจ เก็บไว้ใน FlipAlbum Pro

กับบรรยากาศอันสุดแสนประทับใจในขณะนี้ คิดว่าหลายๆท่านน่าจะมีรูปภาพอันสุดแสนประทับใจอีกเช่นกันอยู่เป็นจำนวนมาก หลากหลายวิธีบันทึกที่จะเก็บไว้ในความทรงจำ ด้วยโปรแกรมต่างๆมากมาย อาทิเช่น ProShow Gold, MemoriesOnTV, Wondershare Flash SlideShow Builder หรือ ANVSOFT Flash Slide Show Maker รวมถึง PicturesToExe หลากหลายวิธีบันทึก แตกต่างในจุดประสงค์ของการนำไปใช้งาน แต่ที่เหมือนกันคือ เป็นการสร้างอัลบั้มสไลด์โชว์จากรูปภาพที่เราต้องการ

สำหรับกระทู้นี้ขอแนะนำการบันทึกในอีกหนึ่งรูปแบบ ที่ไม่แตกต่างจากการบันทึกด้วยโปรแกรมที่กล่าวมาตามข้างต้นเท่าใดนัก
แต่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ และอยากแนะนำ กับ FlipAlbum Pro การบันทึกในรูปแบบ 3D Page-Flipping Digital Albums


lipAlbum Professional v6.0 (26.50 MB) http://www.flipalbum.com/

Create and Sell 3D Page-Flipping Digital Albums on CDs*
FlipAlbum® 6 Pro offers professional photographers an easier,
better way to showcase, distribute, and sell their photos.


วิธีใช้งาน FlipAlbum Pro เบื้องต้น
       ก่อนอื่นอยากให้มาทำความเข้าใจกันก่อนครับ ว่าการสร้างอัลบั้มสไลด์โชว์โดย FlipAlbum Pro ก็เหมือนกับการที่เรากำลังสร้างหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งนะครับ จะได้เข้าใจในฟีเจอร์ต่างๆได้ง่ายยิ่งขึ้น

       เริ่มแรกเมื่อเปิดโปรแกรม FlipAlbum Pro ขึ้นมา ก็จะพบกับหน้าต่าง QuickStart ใช้ตัวนี้แหละครับ เข้าใจง่ายและสบายๆต่อการใช้งานดี เมื่อใช้งานไปสักระยะหนึ่งพอที่จะคล่องมือ ค่อยเปลี่ยนวิธีทำเป็นวิธีอื่น ซึ่งมีวิธีทำ Album อยู่หลายวิธีครับ และถ้าเปิดโปรแกรมขึ้นมาแล้วไม่พบกับหน้าต่าง Quickstart ให้ไปที่ Files > Start Wizard

1. Open Folder
คลิกที่ Open Folder > เลือกโฟลเดอร์รูปภาพที่ต้องการ > เสร็จแล้วกด Next
ในส่วนนี้ เราสามารถสร้างโฟลเดอร์รูปภาพที่ต้องการทำ Album รอไว้ก่อนที่จะสร้างงานก็ได้ครับ จะสะดวกและประหยัดเวลาได้พอสมควร โดยที่ไม่ต้องมานั่งลบรูปภาพที่ไม่ต้องการในภายหลัง

2. Page Layout
เลือกรูปแบบการจัดวางรูปภาพต่อ 1 หน้า ซึ่งมีให้เลือกใช้ 2 แบบ
Single Image per page: 1 รูปภาพ ต่อ 1 หน้า เหมาะสำหรับรูปภาพขนาดทั่วไป
Centerfold page: 1 รูปภาพต่อ 2 หน้า เหมาะสำหรับรูปภาพขนาดใหญ่ ..เมื่อเลือกเสร็จแล้วกด Next

3. Theme
เลือก Theme หรือ Template ให้กับอัลบั้มที่ต้องการสร้าง เสร็จแล้วกด Finish เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการสร้างอัลบั้มในขั้นตอนที่ 1

คราวนี้ก็มาถึงการปรับแต่งในรายละเอียดต่างๆ ซึ่ง FlipAlbum Pro มีลูกเล่นต่างๆให้ใช้งานมากมายเหลือเกิน
ดังนั้นในฟีเจอร์ที่ยังไม่คุ้นเคย แนะนำให้อยู่ในค่าปกติก่อนครับ ไปที่แท็บ Options จะพบกับเมนูย่อยตามภาพประกอบด้านบน

Book Binder ไม่ทราบว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไรครับ ผมเรียกเป็นการใส่ห่วงให้กับสันปกของหนังสือแล้วกัน ผิดพลาดยังไงต้องขออภัย
เลือกหรือไม่เลือกก็ได้ครับ ตามความพอใจและสไตล์ของเรา

Enable Background Music สำหรับเปิด-ปิดเพลงประกอบอัลบั้ม และสามารถใส่เพลงประกอบอัลบั้มได้ในฟีเจอร์นี้
Set Flipping Speed การตั้งค่าความเร็วในการเปิดอัลบั้มในแต่ละหน้า พร้อมค่าอื่นๆ ฟีเจอร์นี้ปล่อยให้เป็นค่าปกติได้ครับ
Set Auto Flipping การตั้งค่าความเร็วในการเปิดอัลบั้มแบบอัตโนมัติ
Set Slide Show การตั้งค่าต่างๆของสไลด์โชว์
Set Theme การเลือก Theme ให้กับอัลบั้ม
Set Preferences อันนี้จะเป็นตัวเดียวกันกับ Set Flipping Speed

Set Book Options การตั้งค่าต่างๆของอัลบั้ม ที่ไม่อยากให้ข้ามไปครับ จึงขอขยายความต่อสำหรับฟีเจอร์นี้
สำหรับฟีเจอร์นี้ หากเราเลือกที่จะไม่ปรับแต่งใดๆ ก็จะแสดงเป็นค่ามาตรฐานของ Theme ที่เราเลือกใช้ตามขั้นตอนที่ 1

• Book Cover
เลือกหน้าปก และหลังปกให้กับอัลบั้ม โดยมีให้เลือกทั้งหมด 3แบบ
1. Color เลือกเป็นสีพื้นสีเดียว
2. Texture เลือกเป็นรูปภาพจากเครื่องของเรา โดยกดปุ่ม Browse
3. Texture เลือกรูปภาพจาก Theme ของโปรแกรม FlipAlbum Pro โดยกดปุ่ม Browse To Theme

• Book Background
เลือกฉากหลังให้กับอัลบั้ม ลองกดเลือกดูนะครับจะได้เข้าใจยิ่งขึ้น อธิบายไม่ค่อยถูกครับอันนี้ (..วิธีเลือกเหมือนกับ Book Cover)

• Page Background
เลือกพื้นหลังให้กับแต่ละหน้าซ้าย-ขวาของอัลบั้ม (..วิธีเลือกเหมือนกับ Book Cover)

• Page Margins
เลือกรูปแบบการจัดวางภาพในแต่ละหน้าของอัลบั้ม

• Display
เลือกรูปแบบการแสดงรายละเอียดหรือชื่อของไฟล์ภาพในแต่ละหน้า และรูปแบบการจัดวาง

• Audio
เลือกใส่เพลงประกอบอัลบั้ม



หลังจากปรับแต่งจนได้ที่แล้ว ก็เป็นอันจบกระบวนการสร้างในขั้นตอนที่ 2

จากกระบวนการสร้างในขั้นตอนที่ 2
ฟีเจอร์ต่างๆที่เราได้ปรับแต่งลงไป จะมีผลต่อหน้าหนังสือในทุกๆหน้าของหนังสือหรืออัลบั้มที่เรากำลังสร้าง

เข้าสู่กระบวนการสร้างในขั้นตอนที่ 3
คราวนี้ลงลึกไปถึงรายละเอียดกันแบบหน้าต่อหน้ากันเลย
ฟีเจอร์ทั้งหมดตามรายการแสดงด้านล่าง จะมีผลต่อหน้าหนังสือที่เราต้องการปรับแต่งเพียงหน้าเดียวเท่านั้นนะครับ และขอให้เข้าใจว่า ขณะที่เรากำลังใช้งานในฟีเจอร์ดังกล่าวอยู่ หมายถึงเรากำลังปรับแต่งในรายละเอียดของหนังสือเฉพาะหน้าที่เรากำลังเปิด อยู่เท่านั้น และไม่มีผลต่อหน้าอื่นๆ แต่อย่างใด

คลิกขวาบริเวณขอบๆ ด้านนอกของรูปภาพ จะปรากฏเมนูย่อยให้เราใช้งานดังนี้
Zoom Page การดูภาพแบบขยาย
Information รายละเอียดของไฟล์ภาพ
Bookmarks การใส่ Bookmarks
Markers คล้ายๆกับการใส่ที่คั่นหนังสือครับ
Flip To การเปิดหนังสือข้ามหน้าไปยังหน้าต่างๆ

Copy Page การก็อปปี้หน้าหนังสือหน้าต่างๆ แล้วนำไป Past ในหน้าใหม่
Cut Page การตัดหน้าหนังสือหน้าต่างๆ เฉพาะส่วนที่ต้องการ แล้วนำไป Past ในหน้าใหม่
Past Special การ Past จาก Copy Page หรือ Cut Page ที่มีให้เลือกใช้งาน 2แบบ
(EBookSys Page: Past ภาพเหมือนต้นฉบับ)  (Bitmap: Past ในแบบไฟล์บิทแม็พ)

Insert Page การเพิ่มหน้าใหม่ให้กับหนังสือ
Delete Page การลบหน้าหนังสือที่ไม่ต้องการ

Print Page การสั่งพิมพ์รูปภาพ
Annotate การใส่ข้อความให้กับรูปภาพ
Multi Media Object การใส่ Clip Art ให้กับรูปภาพ

Page Properties การปรับเปลี่ยนพื้นหลังให้กับหน้าหนังสือ การจัดวางตำแหน่งของรูปภาพ และการใส่เพลงประกอบซึ่งจะมีผลต่อหน้านี้เพียงหน้าเดียว เป็นอันจบกระบวนการสร้างในขั้นตอนที่ 3

มาถึงกระบวนการสร้างในขั้นตอนที่ 4
หวังว่าคงยังไม่เหนื่อยจนเกินไปนะครับ แม้อาจจะงงๆอยู่บ้างกับภาษาในการอธิบายของผม

เมื่อคลิกขวาที่รูปภาพ ก็จะปรากฏเมนูย่อยให้เราได้ใช้งานกันอีกแล้ว ซึ่งจะเน้นไปที่รูปภาพ ว่าเราต้องการให้แสดงหรือปรากฏในแบบไหน แต่คงจะไม่กล่าวถึงทั้งหมด เอาเฉพาะที่สำคัญๆ และที่ผมพอรู้ก็พอนะครับ

การซ้อนภาพด้วย "Copy Selection" คลิกขวาที่รูปภาพ > Copy Selection > คลิกขวาที่รูปภาพอีกครั้ง > Past จะได้รูปภาพใหม่ที่เราสั่ง Copy > ใช้เมาส์ลากขยายขนาด และปรับตำแหน่งของรูปภาพตามต้องการ

กรณีที่ต้องการภาพอื่นที่ไม่ใช่ภาพเดียวกัน แต่ต้องเป็นภาพที่อยู่ในอัลบั้มที่เรากำลังสร้างอยู่นะครับ ก็ใช้วิธีเดียวกัน คือเลือก Copy Selection ภาพที่ต้องการในหน้าไหนก็ได้
แล้วนำมา Past ในหน้าไหนก็ได้อีกเช่นกัน

การซ้อนภาพด้วย "Copy File From.."
ไปที่แท็บเครื่องมือด้านบนครับ เลือก > Copy File From  > เลือกตำแหน่งที่เก็บภาพจากเครื่องของเรา > Open
ภาพที่สั่ง Copy จะปรากฏในหน้าหนังสือหน้าใหม่ > คลิกขวาที่ภาพ > Cut Selection > นำไป Past ในหน้าที่ต้องการ

ใส่เอฟเฟ็คให้กับรูปภาพด้วย "Effects"
คลิกขวาที่รูปภาพ > Effects > กรอบรูปภาพแบบ3D, สร้างขอบเงาให้กับรูปภาพ หรือแบบปกติ Tranparent
รวมถึงการใส่ Shape ให้กับรูปภาพ ดังภาพประกอบด้านบน

นอกจากนี้ก็ยังมีฟีเจอร์ Edit ที่เราสามารถปรับแต่งรูปภาพในเรื่องความคมชัดได้อีก
รวมถึงฟีเจอร์อื่นๆที่ท่านต้องใช้เวลาในการศึกษาเพิ่มเติม ...
เป็นอันจบกระบวนการสร้างในขั้นตอนที่ 4

ผ่านมา 4กระบวนการสร้าง ก็มาถึงขั้นตอนสุดท้ายครับ
การไรท์ลงแผ่นเก็บไว้ ซึ่งจะขออนุญาตไม่อธิบายนะครับ เพราะของคุ้นๆ มือกันอยู่แล้ว
ด้วยคำสั่งที่แท็บบาร์ด้านบน CD Maker เลือกไรท์ตามความต้องการงานสร้าง
และหากต้องการผู้ช่วยเหลือ ก็ใช้ปุ่ม How to Burn CD